เพียงไม่กี่เดือนที่ผมไม่ได้มากรุงเทพฯ "การเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ" ระหว่างครั้งล่าสุดกับครั้งนี้ที่ได้เข้ามากรุงเทพฯ น่าจะเกี่ยวข้องกับคำว่า "จัดระเบียบสังคม" ซึ่งทำให้ผมความรู้สึก
"บ้านนอกเข้ากรุงฯ" เพราะวิธีการเดินทางแบบเดิมของผม (ที่นี่) ต้องเพิ่มเติมรายละเอียดใหม่อีก ไม่งั้นอาจโดนหลอกได้...
ผมมาถึงสถานีขนส่งหมอชิต ๒ ประมาณตีห้าของของวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๘ เวลาเดิมๆ ที่ผมเคยมา เดินออกมาจะ "จับแทกซี่" ปรากฎว่าวันนี้แทบจะไม่มีแทกซี่เข้ามา มีแต่คน "รากฝอย" หลายร้อยยืนเรียงหน้ากระดาน รอแทกซี่วิ่งผ่านเข้ามาทีละคันๆ ดังภาพ
ทันทีที่รถจอดส่งลงถึงสถานี ผมเร่งเดินรีบรี่ไปที่ "สถานีแท็กซี่" เพราะเป็นแนวปฏิบัติที่เคยทำอยู่แล้ว ปกติจะมีรถแท็กซี่จำนวนมากมารอเข้าแถวรอคน แต่หนนี้แทบจะไม่มีเลยครับ ... เกิดอะไรขึ้น? ....
หรือว่านีคือการ "จัดระเบียบสังคม" ... ด้วยความสงสัยว่า ทำไมคนจึงมายืนรอกันมากขนาดนี้ ทั้งที่ไม่มีรถ ผมอยากรู้จนทนไม่ไหว จึงเดินเข้าไปยืนสังเกตการณ์อยู่นาน ก่อนจะพยายามสอบถาม คนที่คิดว่าน่าจะได้คำตอบ
ขณะที่คนจำนวนหลายร้อยกำลังยืนรอ ผมเห็นรถมอเตอร์ไซด์หลายคัน กำลัง "ขนคน" ออกไปข้างนอกหมอชิตฯ ปากก็ตะโกนบอกว่า "... มิเตอร์ไหมครับ มิเตอร์ ... ไม่ไกลครับ ๒ นาที ท่านจะได้นั่งมิเตอร์ดีๆ ไม่ต้องรออีกต่อไป..." ... เขาน่าจะทำเงินได้หลายอยู่
เดินออกมาถนนหน้าหมอชิต ใกล้ๆ พบว่า มีรถวิ่งไป-มา สะดวก มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินไปสอบถามและเจรจากับกลุ่มผู้ที่ถือกระเป๋าเดินออกมา ประมาณ ๕ คน "...จะไปไหน ...." "...ไปโบ้เบ้..." คนหนึ่งตอบ ผู้หญิงคนนั้นถามต่อไปว่า ."...คนละ ๘๐ บาท ไปมั้ย..." .... "ไป" ..."งั้นรอตรงนี้นะ เดี๋ยวจะไปเอารถมา รถจอดไว้แถวนี้ไม่ได้ เดี๋ยวตำรวจจับ ..." สักพักก็มีรถแทกซี่วิ่งออกมาจากในหมอชิต คนที่นั่งติดคนขับก็คือผู้หญิงคนนั้นนั่นเอง...
หากคำนวณดู ถ้าพวกเขาขึ้นรถคันนั้นจริงๆ (ผมเดินกลับมาก่อน) การเดินทางไปโบเบ้ของคนกลุ่มนั้นจะต้องใช้เงินถึง ๔๐๐ บาท เกือบ ๔ เท่าของค่ามิเตอร์ปกติ
แค่เดินมาขึ้นรถเมล์ที่ทาง บขส. จัดไว้ให้ ผมใช้เงินเพียง ๖ บาท ๕๐ สตางค์ ก็สามารถนั่งไปลงตรงหน้าสวนจัตุจักร ที่มีรถแทกซี่ให้นั่งต่อไปง่าย ...
อยากจะบอกให้พ่อแม่พี่น้องชาว "รากฝอย" ที่ไปยืนคอยแทกซี่ที่นั่นให้รู้กันและบอกต่อครับ....
วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2558
วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2558
วิธีที่ดีที่สุดในการเดินทางไปสัมมนาที่กรุงเทพฯ (จากมหาสารคาม)
เพียงไม่กี่เดือนที่ผมไม่ได้มากรุงเทพฯ "การเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ"
ระหว่างครั้งล่าสุดกับครั้งนี้ที่ได้เข้ามากรุงเทพฯ
น่าจะเกี่ยวข้องกับคำว่า "จัดระเบียบสังคม"
ซึ่งทำให้ผมความรู้สึก "บ้านนอกเข้ากรุงฯ"
เพราะวิธีการเดินทางแบบเดิมของผมใช้ไม่ได้ผลเสียแล้ว จึงนำเอาแนวปฏิบัติ
"วิธีที่ดีที่สุด ในการเดินทางมาสัมมนา" มาฝากครับ
ผม "ตกผลึก" ถึงวิธีที่ดีที่สุดในการเดินทางมาสัมมนาที่กรุงเทพฯ วิธีที่ดีที่สุดหมายถึง "คุ้มค่า" คุ้มเวลา คุ้มราคา และผมคิดว่าน่าคุ้มครองชีวิต เป็นภูมิคุ้มกันที่ดีด้วย แม้ว่าหลายคนที่ผมเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง จะบอก "...อาจารย์น่ะ ประหลาดน้อ...."
วิธีที่ดีที่สุดในการเดินทางมาสัมมนาที่กรุงเทพฯ คือ
ลองเอาวิธีนี้ไปใช้ดูนะครับ
ผม "ตกผลึก" ถึงวิธีที่ดีที่สุดในการเดินทางมาสัมมนาที่กรุงเทพฯ วิธีที่ดีที่สุดหมายถึง "คุ้มค่า" คุ้มเวลา คุ้มราคา และผมคิดว่าน่าคุ้มครองชีวิต เป็นภูมิคุ้มกันที่ดีด้วย แม้ว่าหลายคนที่ผมเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง จะบอก "...อาจารย์น่ะ ประหลาดน้อ...."
วิธีที่ดีที่สุดในการเดินทางมาสัมมนาที่กรุงเทพฯ คือ
- จอง ตั๋วรถทัวร์ "รุ่งประเสริฐทัวร์" ที่คิวรถของบริษัท ใกล้ตลาดโต้รุ่งมหาสารคาม ใกล้ห้างสรรพสินค้นเสริมไทยเก่า บอกเขาว่า ขอเดินทางด้วยรถทัวร์ VIP ๒๐ หรือ ๒๔ ที่นั่ง 2C, 3C, 4C หรือ 5C เที่ยว ๒๒:๐๐ น. ....
- ที่บอกว่า "คุ้มค่า" เพราะท่านจะได้นั่งสบาย นอนสบาย กว่าที่นั่งบนเครื่องบินหลายเท่านักครับ ลองไปดูครับ มีเก้าอี้นอน เก้าอี้นวด มีระบบคอมพิวเตอร์ ดูหนัง ฟังเพลง เสริฟอาหารเลิศหรู.....
- ที่บอกว่า "คุ้มราคา" เพราะท่านต้องจ่ายเงินเพียง ๕๐๐ บาท ในขณะที่ท่านต้องจ่ายหลายพันบาทในการเดินทางด้วยเครื่องบิน
- ที่ บอกว่า "คุ้มเวลา" ไม่ได้หมายความว่าใช้เวลาน้อยที่สุด เพราะหากนับเวลาที่เราเดินทางด้วยเครื่องบิน การนั่งรถทัวร์ต้องใช้เวลามากกว่าถึง ๕ เท่า แต่หากพิจารณาเวลา ที่เราต้องเดินทางจากมหาสารคามไปสนามบินขอนแก่น ๑ ช.ม. เวลารอขึ้นเครื่อง ๑.๕ ช.ม. เวลารอเครื่องขึ้น ๐.๕ ช.ม. และเวลารอรับของที่สนามบินปลายทาง ๐.๕ ช.ม. และเวลาเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิมายังโรงแรมที่เราสัมมนาซึ่งใช้เวลา มากกว่าเดินทางมาจาก หมอชิต ๒ กว่าอีก ๐.๕ ช.ม. รวมแล้วจะใช้เวลาน้อยกว่าวิธีที่ผมเสนอเพียง ๑ ช.ม. เท่านั้น ...
- เมื่อ พิจารณา "คุ้มเวลา และคุ้มราคา" จะพบว่า สุดยอดของความ "คุ้มค่า" ... เว้นเสียแต่เพียงท่านจะเข้าใจว่า "เงินหลวงหรือเงินมหาวิทยาลัย จะไม่ใช่เงินของท่าน"
- ที่นั่ง C คือที่นั่งแถวกลาง ตามสถิติแล้ว จะปลอดภัยที่สุด โดยเฉพาะตอนนี้ มีระบบรัดเข็มขัดตลอดเวลา ตัดปัญหาเรื่องความปลอดภัยไปได้เยอะครับ
- ท่านจะเดินทางมาถึง หมอชิต ๒ ประมาณตี ๔ - ๖ โมงเช้า นั่งแทกซี่ต่อไปโรงแรมเพียงไม่กี่นาที ค่าแทกซี่โดยเฉลี่ยไม่เกิน ๑๕๐ บาท เพราะ ส่วนใหญ่การเลือกสถานที่จัดสัมมนาจะเลือกให้ใกล้และเดินทางได้สะดวกด้วยรถเมล์ รถไฟ
- ท่านสามารถเช็คอินเข้ากับโรงแรมที่จัดสัมมนา บอกเขาว่า ขอเช็คอินตอนเช้าของวันนั้น โดยปกติ จะเข้าเช็คอินกันตอนบ่าย .... ท่านประหยัดเงินค่าที่พักไปอีกหนึ่งคืนทีเดียว... แม้ท่านจะไม่ได้คูปองค์อาหารเช้า แต่ไม่ใช่ปัญหา ... เมืองไทย หาซื้อกินง่ายที่สุดในโลก...
ลองเอาวิธีนี้ไปใช้ดูนะครับ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)